Unknown

[[การคุยโทรศัพท์ทำให้...]]

posted on 08 Dec 2007 17:19 by estelion  in Unknown

ฉันเห็นหลายคนบอกว่า...โทรศัพท์ทำให้คนเราห่างไกลกันขึ้น
เพราะเวลาที่คุยโทรศัพท์ เราจะไม่ใส่ใจคนรอบข้างเรา
คำถามของฉันก็คือ...คนที่พูดอย่างนั้น เรียกร้องความสนใจมากไปไหม
คนที่คุยโทรศัพท์ ไม่ว่าด้วยเหตุอันใด เขาก็มีเหตุผลของเขา
ทำไมคุณถึงต้องการให้เขามาใส่ใจคุณตลอดเวลาล่ะ
ฉันสังเกตมานานแล้ว คนที่พูดแบบนั้น เวลาที่คนอื่นไม่คุยโทรศัพท์
ก็ไม่เห็นอยากจะไปใส่ใจ หรือเรียกร้องความสนใจจากเขาเลย
แต่พอทำไมคุยทีไร เป็นต้องโวยวายทุกที...เห็นแก่ตัวไปไหม
ใคร ๆ ก็ต้องการมีโลกส่วนตัวบ้างไม่ใช่หรือ

เรื่องนี้คนที่ถูกว่า มักจะเ็ป็นวัยรุ่นที่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนหรือแฟนบ่อย ๆ
คนบางคนชอบมองว่า มันเป็นเรื่องไร้สาระ เรื่องที่คุยกันก็ไร้สาระ
คำพูดหวาน ๆ จีบกันไปจีบกันมา แล้วก็คำที่ใช้เทคแคร์กัน มันไร้สาระ
แต่สำหรับคนที่รักกัน สิ่งนั้นไม่ไร้สาระเลยสักนิดเดียว คนที่มีความรักอยู่จะเข้าใจ
ส่วนในเรื่องของเวลา ถ้าคุยตลอด 24 ชั่วโมง ก็สมควรโดนด่า
แต่ว่า...เวลาด่าคนคุยโทรศัพท์นาน ๆ คนที่คุยแค่วันละไม่กี่นาทีก็โดนหางเลขด้วย
ยุติธรรมแล้วหรือนี่

สำหรับฉัน...โทรศัพท์ไม่ช่วยให้คนรอบข้างใกล้ชิดกันมากขึ้นหรือน้อยลง
เพราะคนเราก็ไม่ได้คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา จนทำให้เกิดความห่างเหิน
ถ้ากลัวคนรอบข้างห่างเหินนัก ตอนไม่คุยโทรศัพท์ก็เทคแคร์ซะให้เต็มที่สิ
แต่สำหรับฉัน โทรศัพท์ทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น
คือคนสองคนที่กำลังคุยกันอยู่ ไม่ว่าสองคนนั้นจะมีความสัมพันธ์กันแบบใดก็ตาม

[[มารู้จักปลาวาฬกัน]]

posted on 07 Dec 2007 14:01 by estelion  in Unknown

ปลาอะไรตัวใหญ่ที่สุด???........คำตอบคือ ปลาวาฬ ไง
อะแฮ่ม...ถ้าพูดแบบเด็ก ๆ ก็ใช่อยู่หรอกนะคะ แต่จะบอกว่าจริง ๆ แล้ว
ปลาวาฬ ไม่ได้เป็นปลานะคะ แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างหาก
มันตั้งท้อง 1 ปี คลอดลูกเป็นตัว และเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของมันเองค่ะ
นี่เป็นความเข้าใจผิดมาตั้งแต่สมัยของอริสโตเติล
จริง ๆ แล้ว เราควรเรียกมันว่า "วาฬ" อย่างเดียวก็พอค่ะ


วาฬถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ้านับเฉพาะความยาวลำตัว
ไดโนเสาร์อาจจะใหญ่กว่าวาฬ แต่มันโกงความใหญ่ด้วยความยาวของหางกับคอน่ะสิ
แต่ไม่ต้องเถียงกันก็ได้ค่ะ เอาเป็นว่าก็ใหญ่พอ ๆ กัน
ทว่าในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีตัวอะไรใหญ่เกินเจ้าวาฬอีกแล้วล่ะ (?)

เจ้าวาฬนี่มีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจค่ะ มันมีหัวที่ใหญ่ แล้วก็ไม่มีคอนะ
ส่วนจมูกก็ไปอยู่บนหลังน่ะค่ะ หายใจเหมือน ๆ กับคน (ไม่ได้ใช้เหงือก)
แต่ทั้ง ๆ ที่เป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุด อาหารที่มันกินกลับเล็กแสนเล็ก
วาฬชอบกิน กุ้ง ปลาหมึก ปลา และก็แพลงตอน
เจ้านี่ดูใหญ่เทอะทะ แต่ว่ายน้ำเร็วเป็นบ้าเลย ซ้ำยังดำน้ำได้ลึกถึง 3 กม. ด้วย
นอกจากนี้ เจ้านี่ยังกลั้นหายใจได้เป็นชั่วโมงอีกต่างหาก โหย...เก่ง

ในเรื่องคลื่นเสียง วาฬก็คล้าย ๆ กับโลมาค่ะ
คือมันสามารถทำเสียงสัญญาณสำหรับการสนทนา ล่าเหยื่อ และอื่น ๆ
ซึ่งแต่ละเสียงสัญญาณจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกมันเลย

มาดูรูปเจ้าวาฬกันสิคะ น่ารักสุด ๆ

พันธุ์นี้คือ "ปลาวาฬสีน้ำเงินค่ะ"
เป็นพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดเลย
ตัวบักเอ้ก...และเป็นที่คุ้นเคยที่สุดด้วย
เราชอบตัวนี้มากอ่ะ
มันใหญ่แล้วก็น่ารัก อ๋าย~~

 

 

 

 

 ที่มา : http://www.blue-whale.info/blue_whale_pic.gif

 

ส่วนเจ้าตัวนี้เป็นปลาวาฬเพชรฆาตค่ะ

 

นี่ก็เป็นอีกพันธุ์ที่เราคุ้นเคยกัน
เพราะว่ามัน...สีสวยอ่ะดิ
เจ้าตัวนี้ไม่ใหญ่เท่าพันธุ์สีน้ำเงิน
แต่มันดุอ่ะ ชอบกินเนื้อ
เราเคยดูสารคดี ฝูงวาฬเพชรฆาต
กินลูกวาฬสีน้ำเงินเพิ่งเกิดอ่ะ โหดร้าย



ที่มา : http://www.sharkattackphotos.com/Killer-whale.jpg


ชี้แจง : ข้อมูลไม่ได้ละเอียดนะคะ พิมพ์เองเล่น ๆ เหะ ๆ

edit @ 7 Dec 2007 14:30:14 by ~!!!EstelioN!!!~

[[ถ้อยประท้วงของคนป่า]]

posted on 15 Nov 2007 22:35 by estelion  in Unknown
 เรื่องนี้ สำคัญมาก อยากให้อ่านกันเยอะ ๆ ช่วยโหวตหน่อยนะคะ อยากให้ทุกคนได้อ่าน
ก่อนที่จะสายไป

 
ในปี 1954 หัวหน้าคนขาวในวอชิงตันได้ยื่นข้อเสนอ
เพื่อขอซื้อผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของชนเผ่าอินเดียน
โดยจะจัดเขตสงวนสำหรับชาวอินเดียนแดงไว้ให้โดยเฉพาะ
และจดหมายตอบของหัวหน้าเผ่าอินเดียนที่ซีแอตเติ้ล ได้ถูกนำลงมาตีพิมพ์ ณ ที่นี้โดยไม่ตัดทอน
จดหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นข้อความที่ลึกซึ้งงดงามที่สุด...
ในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเท่าที่เคยมีมา
 
พวกท่านอาจซื้อขายผืนฟ้าได้หรือไร และความอบอุ่นของผืนแผ่นดินนี้เล่า
อาจซื้อขายได้ละหรือ สำหรับพวกเราแล้ว ความคิดเช่นนี้ช่างเป็นความคิดที่ประหลาดนัก
ในเมื่อพวกเรามิได้เป็นเจ้าของความสดชื่นในอากาศ
ทั้งประกายระยิบระยับของสายน้ำก็มิใช่สมบัติของเรา เช่นนี้แล้วท่านจะสามารถซื้อมันได้ด้วยหรือ
ทุกอณูภาคของผืนพิภพนี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับประชาชนของข้าพเจ้า
ในทุกประกายของใบสน ในทุกเมล็ดของทรายชายฝั่ง ในทุกเกล็กหมอกในป่าไม้สีดำ
ในทุก ๆ เสียงร่ำร้องอึงอวลของหมู่แมลง
สิ่งเหล่านี้ล้วนศักดิ์สิทธิ์และสูงค่าในห้วงความทรงจำและประสบการณ์ของประชาชนของข้าพเจ้า
น้ำหล่อเลี้ยงซึ่งซึมซาบอยู่ในลำต้นไม้หล่อเลี้ยงความทรงจำของคนแดงไว้
ความตายของคนขาว ทำให้เขาหลงลืมถิ่นที่เกิดของตน เมื่อเขาขึ้นไปเดินอยู่ระหว่างดวงดาว
แต่ความตายของเขาไม่ได้หลงลืมโลกอันงดงามแห่งนี้ เพราะที่นี้คือแม่ของคนแดง
เราเป็นส่วนหนึ่งของโลก และโลกก็เป็นส่วนหนึ่งของเรา
ดอกไม้หอมคือน้องสาวของเรา ทั้งกวาง ม้า และอินทรีใหญ่ ต่างก็เป็นพี่น้องของเรา
ทั้งยอดผา น้ำหวานในทุ่งหญ้า ไออุ่นในตัวลูกม้าและในกายมนุษย์
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดต่างอยู่ร่วมในครอบครัวเดียวกัน
ดังนั้นเมื่อหัวหน้าใหญ่แห่งวอชิงตันได้ส่งข่าวมาว่า เขาปรารถนาจะซื้อผืนดินของเรา
เขาหวังจากเรามากเกินไป หัวหน้าใหญ่พูดว่า
จะสงวนที่แห่งหนึ่งไว้ให้เพื่อเราจะได้อยู่อาศัยอย่างสุขสบาย
เขาจะเป็นเหมือนดังบิดา และพวกเราจะเป็นดังบุตรของเขา
ดังนั้นเราจะพิจารณาข้อเสนอเพื่อขอซื้อผืนดินแห่งนี้ แต่มันก็คงจะไม่ง่ายนัก
เพราะผืนดินแห่งนี้ เราถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์
ผิวน้ำที่ส่องประกายซึ่งเคลื่อนไหวแผ่วเบาอยู่ในลำธารและในแม่น้ำ
มันมิได้เป็นเพียงน้ำเท่านั้น หากแต่เป็นสายเลือดของบรรพบุรุษ
ถ้าเราขายแผ่นดินนี้ให้ท่าน ท่านจะต้องจดจำไว้เสมอว่า มันเป็นของศักดิ์สิทธิ์
และท่านจะต้องสอนลูกหลานว่า ประกายสะท้อนของน้ำใสในทะเลสาบนั้นมีวิญญาณ
และมันได้บอกเล่าถึงเหตุการณืและควาทรงจำในชีวิตของชนเผ่าของฉัน
แม่น้ำคือพี่ชายของเรา มันช่วยดับกระหาย แม่น้ำช่วยหนุนส่งเรือแคนู
และให้ลูกหลานให้ดื่มกิน ถ้าเราขายผืนดินนี้ให้ท่าน
ท่านจะต้องจดจำไว้และต้องสอนบุตรหลานของท่านว่า
แม่น้ำคือพี่ชายของเรา และเป็นพี่ของท่านด้วย
ท่านจะต้องให้ความเคารพและเมตตาแก่แม่น้ำเหมือนดังที่ท่านให้แ่ก่พี่ชายของตน
เรารู้ว่าพวกคนขาวไม่เข้าใจวิถีทางของเรา
ผืนแผ่นดินไม่ว่าแห่งนี้หรือแห่งไหนก็เป็นเช่นเดียวกันสำหรับเขา
เพราะเป็นเพียงคนแปลกหน้า ผู้ซึ่งมาในยามค่ำคืน
และกอบโกยเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผืนดิน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขาต้องการ
โลกนี้มิใช่พี่ของเรา หากแต่เป็นศัตรู และเมื่อเขาได้ชัยเหนือมัน เขาก็ผละจากไป
ทิ้งหลุมศพของบรรพบุรุษไว้เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี เขาขโมยโลกไปจากลูกหลานอย่างไม่ใส่ใจ
สุสานบรรพบุรุษและสิทธิโดยกำเนิดของบุตรหลานถูกละเลย
เขากระทำต่อโลกผู้เป็นแม่และฟ้าซึ่งเป็นพี่ดังประหนึ่งเป็นสิ่งของที่อาจซื้อขายได้
เขาปล้นและขายพ่อแม่เหมือนดังแกะหรือลูกปัดสีเจิดจ้า
ความละโมบหื่นกระหายของเขาจะกัดกินทุกสิ่งในโลก
และเหลือไว้แต่เพียงทะเลทราย และดินแดนที่รกร้างว่างเปล่า
ฉันไม่รู้ได้เพราะวิถีทางของเราต่างจาิกวิถีทางของท่าน
ภาพของบ้านเมืองคนขาวทำให้นัยน์ตาของคนแดงเจ็บปวด
บางทีนี้อาจเป็นเพราะว่าคนแดงเป็นพวกป่าเถื่อนและไม่อาจเข้าใจท่านได้
"ไม่มีที่เงียบสงบสักแห่งเดียวในเมืองของคนขาว ไม่มีที่เราจะไปนั่งฟังเสียงใบไม้แตกยอดอ่อน
คลี่กางออกในฤดูใบไม้ผลิ หรือเสียงถูปีกของแมลง
แต่บางทีอาจเป็นเพราะว่าพวกเราเป็นคนป่า จึงไม่เข้าใจวิถีทางของท่าน
สำหรับท่าน เสียงเหล่านั้นมีแต่จะรบกวนระคายหูเท่านั้น และชีวิตจะมีอะไรหลงเหลืออยู่เล่า
หากคนไม่อาจได้ยินเสียงร้องเยือกเย็นของนกวิพพัววิล
หรือเสียงระงมของกบรอบ ๆ สระน้ำในยามค่ำคืน
ตัวฉันเป็นคนแดงและไม่เข้้าใจเลย
พวกเราชาวอินเดียนชอบเสียงนุ่ม ๆ ของลมที่พริ้วผ่านผิวน้ำในสระ
เราชอบกลิ่นลมสะอาดซึ่งถูกล้างโดยฝนเที่ยงวัน
เราชอบกลิ่นหอมจาง ๆ ของป่าสน
อากาศเป็นสิ่งทรงคุณค่าสำหรับคนแดง
เพราะชีวิตทุกชีวิตต่างมีส่วนร่วมในลมหายใจอันเดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ต้นไม้ คน ต่างร่วมอยู่ในลมหายใจนั้น

พวกคนขาวคล้ายดั่งไม่ได้สำเหนียกในอากาศที่ตนหายใจเข้าไปเลย
เหมือนดังคนที่ตายไปแล้วตั้งหลายวัน ตายจนศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น
แต่ถ้าหากว่าเราขายผืนดินนี้ให้ท่าน ท่านจะต้องจดจำใส่ใจไว้ว่าอากาศเป็นสิ่งทรงคุณค่ายิ่งสำหรับเรา
อากาศนั้นได้แทรกซอนอยู่ในชีวิตจิตใจของสรรพชีวิต
ที่มันหล่อเลี้ยงสายลมซึ่งให้ลมหายใจแรกแก่ปู่ ยังโอบอุ้มเอาลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ด้วย"
และหากเราขายผืนดินนี้ให้แก่ท่าน ท่านจะต้องรักษามันไว้ดังสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เพื่อให้เป็นสถานทีที่แม้แต่คนขาวก็ต้องมาสัมผััสรับรู้ถึงสายลม
ซึ่งอบอวบอยู่ด้วยกลิ่นหวานของดอกไม้แห่งท้องทุ่ง
ังนั้น เราจะพิจารณาข้อเสนอของท่าน เมื่อขอซื้อผืนแผ่นดิน
ถ้าพวกเราตกลงใจยอมรับ เราก็จะขอตั้งเงื่อนไขประการหนึ่ง
คือพวกคนขาวจะต้องปฏิบัติต่อสัตว์ป่าทั้งหลายในผืนดินแห่งนี้ประดุจเช่นพี่น้องของเรา
ฉันเป็นคนป่า และไม่สู้เข้าใจวิถีทางอื่น ๆ นัก
ฉันได้เห็นซากความป่าเน่าเปื่อยผุพังงนับพันนอนเกลื่อนอยู๋ในทุ่งกว้าง
ควายป่าเหล่านี้ถูกยิงโดยคนขาวซึ่งนั่งในอยู่ในขบวนรถไฟซึ่งผ่านไปมา

ฉันเป็นเพียงคนป่านและไม่เข้าใจว่าม้าเหล็กที่ปล่อยควันดำนั้นจะสำคัญกว่าควายป่าได้อย่างไร
ซึ่งเราจะฆ่าก็เพียงเพื่อประทังชีวิตเท่านั้น
คนจะเป็นอย่างไรถ้าปราศจากสัตว์ ถ้าสัตว์ทั้งหมดพากันสูญสิ้นไปจากโลก
คนก็จะต้องตาย ด้วยความอ้างว้างจากแก่นของวิญญาณ
เพราะสิ่งใดก็ตามที่ได้เกิดขึ้นแก่สัตว์ สิ่งนั้นก็จะเกิดขึ้นแก่มนุษย์ในไม่ช้า
ด้วยว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวพันกัน


ท่านจะต้องสั่งสอนบุตรหลานของท่านว่า พื้นดินใต้เท้าของเรานั้น
คือเถ้าถ่านจากต่างกายของบรรถบุรุษของเรา ดังนั้นเขาจึงต้องเคารพต่อพื้นดิน
จงบอกลูกหลานว่า โลกนี้ถูกทับถมเนืองแน่นอยู่ด้วยชีวิตของญาติมิตรพี่น้องของเรา
จงสอนลูกหลานของท่านดังเช่นที่เราสอนลูกหลานของเราว่า
โลกนี้คือแม่ของเรา สิ่งที่บังเกิดขึ้นแก่โลก ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุตรธิดาของโลกด้วย
ถ้ามนุษย์ดูแคลนแผ่นดิน ก็เท่ากับได้เหยียบตนเองด้วย


เรารู้ซึ้งถึงสิ่งนี้ โลกนี้มิใช่ของมนุษย์ คนต่างหากที่เป็นสมบัติของโลก
สิ่งนี้เรารู้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเหมือนดังสายเลือดในครอบครัวเดียวกัน
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์
สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นแก่โลก ย่อมเกิดขึ้นแก่บุตรธิดาของโลกด้วย
มนุษย์ไม่ใช่ผู้สานทอใยแห่งชีวิต เขาเป็นเพียงเส้นใยหนึ่งในนั้น
สิ่งใดก็ตามที่เขาทำต่อข่ายใยนั้น ก็เท่ากับทำต่อตนเอง
แม้แต่กับคนขาว ซึ่งพระเจ้าทรงลงมาเดินเหินพูดคุยกับพวกเขาอย่างฉันท์มิตร
ก็จะต้องเผชิญชะตากรรมร่วมกัน เราอาจเป็นพี่น้องกันได้ แล้วเราจะได้เห็นความจริง
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเรารู้และคนขาวจะได้รู้สักวันหนึ่งข้าหน้าก็คือ
พระเจ้าของเรานั้นคือพระเจ้าองค์เดียวกัน
พวกท่านอาจจะสำคัญผิดว่า ท่านครอบครององค์พระเจ้าไว้เป็นของตน
ดังเช่นที่ท่านปรารถนาจะครอบครองแ่ผ่นดินของเรา แต่เชื่อเถิดว่าท่านไม่มีวันจะทำดังนั้นได้
เพราะพระองค์คือพระเจ้าของมวลมนุษย์และพระมหากรุณาของพระองค์
แผ่ปกไปอย่างเท่าเทียมกันเหนือคนแดงและคนขาว
โลกนี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของพระองค์ และการเอาเปรียบทำร้ายโลกก็คือ
การลบหลู่ดูหมิ่นพระผู้สร้างเผ่าพันธุ์ของคนขาว
ก็เช่นกันจะต้องสูญสิ้นไป
บางทีอาจจะรวดเร็วกว่าเผ่าพันธุ์อื่นเสียอีก
หากท่านทำเตียงนอนให้เปรอะเปื้อนโสโครก ย่อมมีสักคืนหนึ่งที่ท่านจะอึดอัดใจตาย
ต่ความตายของท่านนั้น ท่านกลับทรงศักดายิ่ง
ท่านถูกบรรจุด้วยพลังแห่งองค์พระเจ้า ทรงชักนำท่านมาสู่แผ่นดินนี้
และด้วยจุดประสงค์อันลี้ลับบางประการ
ที่ได้ให้ท่านมีชัยเหนือดินแดนแห่งนี้และมีชัยเหนือคนแดงด้วย
ชะตากรรมนี้เป็นสิ่งลี้ลับสำหรับเราด้วย
เราไม่อาจเข้าใจเลยเมื่อแลเห็นควายป่าถูกฆ่าฟันอย่างสนุกมือ
ม้าป่าถูกนำมาฝืนจนเชื่องและป่าพงรกชัฎอันห่างไกลลี้ลับแปดเปื้อนด้วยกลิ่นอายมนุษย์
ทัศนียภาพของเนินเขาที่พืชผลสุกอร่ามกลับระเกะระกะด้วยสายโทรศัพท์
หมู่ไม้่แนวป่าอยู่ที่ไหน ล้วนหมดสิ้นไป นกอินทรีหายไป สิ้นสุดพืชพันธุ์แล้วหรือ
นี่คือจุดจบของสิ่งมีชีวิตและเป็นจุดเริ่มต้นของการกระเสือกกระสนดิ้นรนต่อสู้
"ถ้อยประท้วงของคนป่า" เป็นหนึ่งในบทเรียนวิชา มนุษย์กับศาสนา ของเรา
แต่ในกรณีที่นำมาลงที่นี้ เป็นจุดประสงค์อื่น
หวังว่าอ่านแล้วคงจะ "รักธรรมชาติมากขึ้น" นะคะ ^^

edit @ 15 Nov 2007 23:21:10 by ~!!!EstelioN!!!~

edit @ 16 Nov 2007 13:40:16 by ~!!!EstelioN!!!~